กระบวนการเรียนรู้ในสังคมไทย และการเปลี่ยนแปลง : จากยุคชุมชนถึงยุคพัฒนาความทันสมัย โดย อรศรี งามวิทยาพงศ์

ดูหนังสือทั้งหมด












































ดู Links ทั้งหมด

LIVE Alternative Television : ถ่ายทอดสด จากเชียงใหม่ 6 โมงเย็น ถึงเที่ยงคืนทุกวัน

เรียบง่ายที่หนองขาว

พฤ โอ่โดเชา : “ผมต่างหากที่ต้องถาม พวกคุณรักษากันอย่างไร ป่ากลายเป็นเมืองหมด”

เสน่ห์ จามริก : หมดเวลาตั้งคำถาม คนกับป่าอยู่ด้วยกันได้หรือไม่?

เครือข่ายป่าชุมชนประกาศไม่เอา พ.ร.บ.ฉบับ กมธ. ร่วมฯ

ปาฐกถา ประเวศ วะสี : ‘การจัดการความรู้’ กระบวนการปลดปล่อยมนุษย์



Counters

แสดงรายการที่ 1 ถึง 10 < ก่อนหน้า 1 2 3 4 ถัดไป >

  พ่อทองอวน เทศน์ไทย เกษตรกรอินทรีย์ ต.กำแมด อ.กุดชุม

พ่อทองอวน เทศน์ไทย เกษตรกรอินทรีย์ ต.กำแมด อ.กุดชุม

จ.ยโสธร การที่เน้นพึ่งตนเอง เพราะคนที่ทำเกษตรอินทรีย์นั้น เป้าหมายหลักก็เพื่อลดรายจ่ายของเราเอง ทำอย่างไรที่จะกินอาหารของตัวเราเอง พอคิดอย่างนั้นจึงเกิดการปรับที่นา ขุดบ่อ ล้อมรั้ว ปลูกผัก ...ต้องยอมรับว่าแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้อยากปรับเปลี่ยนก็คือ ครอบครัว อยากให้ครอบครัวมีความสุข มีสุขภาพดี ทำแล้วพบความแตกต่างของสิ่งแวดล้อม กบ เขียดที่เคยหายไปกลับมา เริ่มมีเยอะขึ้น ทั้งๆ ที่ช่วงที่ทำเกษตรแบบใช้สารเคมีนั้นแทบจะไม่มีเลย


  ประจญ คำสง่า

ประจญ คำสง่า รองนายก อบต.ซับสนุ่น แกนนำเกษตรกรก้าวหน้า หมู่บ้านเกษตรกรก้าวหน้า หมู่ที่ 14 ตำบลซับสนุ่น อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ก่อนเข้ามาอยู่ที่นี่ นึกไม่ออกเลยว่าเกษตรกรมีปัญหาอะไรบ้าง พอมาเป็นเกษตรกรเองจึงเข้าใจ ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเกษตรกร ถ้าหากมีหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเข้ามารวมหัว ร่วมคิดช่วยกันแก้ไขปัญหาก็จะมีทางออก แต่ก็ต้องยอมรับว่าการทำงานที่ติดตามต่อเนื่อง หรือ การทำงานพัฒนาชุมชนที่มองกระบวนการทั้งระบบนั้น ยังเป็นข้อจำกัดของข้าราชการ หน่วยงานรัฐเสมอ

  สายัณห์ ศรีน้อย รองประธานธนาคารชุมชนตำบลควนโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดสตูล

แกนนำชุมชนทำงานขยายแนวคิด ผ่านการขายตรง จากแกนนำหนึ่งคนเข้าบ้านไหนก็เริ่มพูดคุย เริ่มแลกเปลี่ยนกับเจ้าของบ้าน จากหนึ่งแตกออกเป็น 7 คน จาก 7คน ขยายเป็น 14 คนที่ตกผลึกทางความคิด มองเห็นปัญหา โอกาสในงานพัฒนา รวมทั้งการแก้ไขปัญหา คนเหล่านี้กลายเป็นแกนนำหลักที่ทำหน้าที่ในการทำงานต่างๆ ของชุมชนในเวลาต่อมา แม้ว่าในตอนนั้นจะถูกหาว่าบ้า เถื่อน แต่สิ่งสำคัญที่ได้เรียนรู้ร่วมกัน คือ การทำงานร่วมกันที่พิสูจน์ให้ชาวชุมชนได้เห็นว่าออมทรัพย์เป็นเครื่องมือสำคัญอย่างมากในการสร้างการเรียนรู้ให้แก่คนในชุมชน

  ผู้ใหญ่ละอองดาว สีลาน้ำเที่ยง ผู้ใหญ่บ้านบ่อลูกรัง ต.คลองหินปูน อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว

ยิ่งนำเอาข้อมูลมาวิเคราะห์  ยิ่งเห็นปัญหาจนพอทำให้มองถึงแนวทางแก้ไขปัญหาได้ ข้อมูลของชุมชนสามารถจำแนกแจกแจงได้ว่า แต่ละครัวเรือนมีหนี้สิน หรือกู้มาจำนวนมากน้อยเท่าไหร่  ค้นพบทุนทรัพยากรคนที่สำคัญ มีผู้รู้มากมายหลายด้านในชุมชน ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนนั้น ไม่เคยรู้เลยว่า ชาวบ้านเหล่านี้มีความรู้ มีภูมิปัญญา เช่น หมอเป่า หมอแคน หมอซอ การทำบายศรี  งานจักสาน หมอสมุนไพร และผู้รู้ด้านวัฒนธรรมประเพณี

  พ่อทองคำ แจ่มใส บ้านม่วงหวาน – โคกเจริญ ต.จันดุม อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์

ชุมชนมีทุนคนที่เข้มแข็ง มีกระบวนการสร้างคนในหลายระดับขั้น นับตั้งแต่เด็กเยาวชน เด็กต้องรู้เรื่องบ้านตัวเอง ชื่นชอบในบ้านตัวเอง ดึงเด็ก และเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในชุมชน เช่น ร้านค้าชุมชน ให้เด็กเข้ามาเรียนรู้ขายของ กลุ่มออมทรัพย์มีเด็กเข้ามาเป็นกรรมการรับฝากเงิน งานกิจกรรม ประเพณีต่างๆ เด็กๆ เข้ามามีบทบาท เกิดการแสดงวัฒนธรรมประเพณี เกิดกลุ่มเยาวชนรักษ์ถิ่น  มีกิจกรรมเพาะกล้าไม้ เลี้ยงไก่ จัดประชุม ขณะเดียวกันเหล่าแกนนำชุมชนเองก็หมั่นวิเคราะห์ ส่งกระจกอยู่เสมอ เรียนรู้ตัวเอง คิด และค้นแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ  เพราะกิจกรรมนั้นเป็นเพียงเครื่องมือ พิธีกรรมก็เป็นเพียงเครื่องมือในการวมกลุ่ม เหนืออื่นใดเป้าหมายสำคัญคือ การสร้างกระบวนการเรียนรู้ของคนในชุมชน มีพื้นที่ให้คนได้ร่วมกันคิด ร่วมกันแก้ไข

  นายหร้อหวาน วัชรจิรโสภณ แกนนำศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรในท้องถิ่นบ้านศาลาแม็ง ต.คลองเฉลิม อ.กงหรา จ.พัทลุง

การรักษาสมุนไพร คือ การรักษาทรัพยากรดินน้ำป่า หากไม่มีภูเขา ไม่มีสายน้ำ ไม่มีผืนดิน สมุนไพรก็จะไม่เหลือ

  สำรวย มีสมชัย ปราชญ์ชุมชน ตำบลพระยาบันลือ อำเภอลาดบังหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

“เศรษฐกิจพอเพียง คือ การมองเห็นถึงชีวิตของชุมชนและมีการสัมผัสได้ แต่กระนั้น พระพุทธเจ้าบอกว่า เหตุการณ์มีเกิด สมดุลและดับไป การพออยู่ พอดี คือสิ่งที่ดี แนวทางของเศรษฐกิจพอเพียง หนทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ กว่าจะเกิดความเข้าใจ กว่าหน่วยงานราชการจะเข้าใจ กว่าชาวบ้านจะเข้าใจ หลายบ้านถูกยึดด้วยระบบเกษตรสมัยใหม่ มีทางเดียวที่จะแก้ไขได้อย่างสง่างามนั้น คือ พึ่งตนเองได้ซึ่งเป็นเศรษฐกิจแบบพอเพียง เศรษฐกิจพอเพียงก็เหมือนธรรมะ เหมือนศาสนา หากรู้แต่ไม่ปฏิบัติ อย่าหวังว่าจะเข้าใจ เข้าถึงหรือทำได้ สิ่งสำคัญ คือ การปฏิบัติ”



  เจ๊ะสู เอ็มเล่ง : หนึ่งในแกนนำสตรีชุมชนโคกพยอม ต.ละงู อ.ละงู จ.สตูล

“ชีวิตที่พอเพียงสำหรับมะ คือ ได้แค่ไหนก็แค่นั้น  หรือว่ามะทำได้แค่ไหน มะก็พอใจที่จะได้เท่านั้น  ให้เราได้กิน ได้อยู่อย่างสบายอกสบายใจ  พอใจในสิ่งที่เรามีอยู่  ไม่ต้องขวนขวายมากมาย  เคยคิดอยากจะมีเหมือนคนอื่นแต่ก็ไม่ได้พยายามทำ  เพราะว่ามะพอใจกับสิ่งที่มะมี ที่มะทำไว้ พอใจกับสิ่งที่มี ภูมิใจกับสิ่งที่เป็น  มะมีงานทำทุกวัน  ถึงแม้เป็นงานรับจ้าง ไม่มีงานเป็นหลักเหมือนคนอื่นแต่มะอยู่ได้  พึ่งพาตนเองได้  มะยอมรับว่าสภาพตอนนี้อยู่ได้ดีมีความสุขตามสมควร  มีความสุขที่สุดที่มะอยู่ได้  ลูกสาวมะอยู่ได้  ครอบครัวเรามีความสุขตามสมควรที่เราทำได้  พอแล้ว” 


  รอบี หม่องเร๊ ปราชญ์ชาวบ้านชุมชนโคกพยอม ต.ละงู อ.ละงู จ.สตูล

“รายได้เพียงเล็กน้อยเดือนละ 4 -5 พัน ไม่พอหรอกถ้าใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย  โดยเฉพาะถ้าเราไปหลงติดกับวัตถุต่าง ๆ อยากได้ใคร่มีไปตามคนอื่นๆ  เราจะอยู่ไม่ได้  ป๊ะอยากได้รถกระบะซักคันไว้ทำให้ทำงานสะดวกขึ้นและไปไหนมาไหนสะดวกขึ้น แต่เมื่อมาคิดดูก็จะเป็นภาระมากๆ ในตอนนี้ ไว้ให้เรารู้สึกว่าเอามาแล้วไม่เป็นภาระ รอให้ลูกเรียนจบก่อนจึงค่อยซื้อ  น่าจะดีกว่า  ตอนนี้ก็ไม่ลำบากอะไร การมีอะไรเพิ่มขึ้นเราต้องไม่ลำบากไปกว่าเดิม  นั่นแสดงว่าเราพร้อมที่จะมีอะไรเพิ่มขึ้น แต่ถ้าเรารู้จักใช้ รู้จักจัดสรรเงินที่เรามี  ใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด  ก็ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข  วันนี้เรามีค่าใช้จ่ายไม่มาก  กับข้าวกับปลาแทบจะไม่ต้องซื้อ  ซื้อเฉพาะที่เราทำเองหาเองไม่ได้เท่านั้น  เรียกว่า  เราต้องรู้จักใช้เงิน  รู้จักใช้ชีวิต  รู้จักประมาณตน  รู้จักพอใช้ในสิ่งที่เรามี


  สมคิด ด้วงเงิน : ผู้ประสานงานศูนย์หัตถกรรมทองลงหิน ชุมชนประดิษฐ์โทรการ พหลโยธิน 47 เขตจตุจักร กรุงเทพฯ

“เรามีชีวิตที่ไม่เดือดร้อน  มีอาชีพที่ทำโดยสุจริต ตรงไปตรงมา ใช้ระบบการแบ่งปันกันและกันดีที่สุด ต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ...กำลังผลิตทำได้มากก็เป็นประโยชน์กับเรา โดยไม่ต้องพึ่งพาใคร เราพึ่งพากันเองในกลุ่ม รายได้มากก็มีความสุข ต้องให้เห็นผลงาน อย่าเอาเปรียบใคร ในกลุ่มคนทำทองก็เรียนรู้จากกันและกัน เป็นเถ้าแก่ ลูกน้องวนกันไปมา ต้องมีเครดิต ทำงานต้องไม่ยอมให้เสียเครดิต ใช้น้อยทำน้อย ใช้มากต้องทำมาก หลักของความซื่อสัตย์ทำให้คนเชื่อถือ ถ้าไม่สำเร็จ ก็จะมีเพื่อนฝูงมาช่วยกัน พึ่งพากันในกลุ่ม เท่านี้ก็พอเพียงแล้ว ลูกหลานที่จบการศึกษา ก็มาจากเงินหัตถกรรมทั้งนั้น บ้าน รถ สิ่งของต่างๆ มาจากทองลงหิน ถ้าเรารู้จักใช้เงิน ก็พอเพียงแล้ว อยู่อย่างสุขสบายไม่เดือดร้อนใคร เราก็ไม่เดือดร้อน
เรามีความพอเพียงของตนเองและส่วนรวม ถึงจะมีหนี้ แต่เราก็สามารถส่งได้อย่างไม่เดือดร้อน เพราะเราส่งได้ทุกเดือน ไม่ติดขัด เป็นหนี้กลุ่มตัวเอง การทำทองลงหินมีความสุขเพราะเป็นอาชีพที่สง่างาม เราก็ไม่ได้ไปพึ่งพาใคร ไม่ได้เบียดเบียนใคร ทำแล้วสบายใจ  ทั้งชีวิต ทุกอย่างเกิดขึ้นจากเงินหัตถกรรม ออเดอร์ทั้งปี สิบกว่าล้านบาททั้งชุมชน มีรายรับก็ต้องมีรายจ่าย คำว่าพอเพียงของเรา จึงหมายถึงทำเองได้มาจากน้ำพักน้ำแรง สุจริต ไม่เบียดเบียนใครและในชุมชนเองก็มีการช่วยเหลือเอื้อเฟื้อกัน ถ้ามีคนที่มีปัญหาในชุมชน คนในชุมชนเองนั่นแหละที่จะเดือดร้อน ดังนั้นเราจึงคอยดูแลกันและกัน”   





   

วิทยาลัยการจัดการทางสังคม
ภายใต้การสนับสนุนของ
สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)
วิทยาลัยการจัดการทางสังคม สำนักงานกรุงเทพฯ เลขที่ 97 ซอยพหลโยธิน 19/1
หมู่บ้านพหลโยธินกอล์ฟ ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทรศัพท์ 0-2939-4577-8, 0-2939-4859 โทรสาร 0-2939-4860 E-mail :
csm@thaiknowledge.org
ติดต่ิอ Webmaster : webmaster@thaiknowledge.org